ยินดีต้อนรับสู่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0-5338-9228 , 0-5338-9229 ต้นทางเป็นป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทางเป็นอุตสาหกรรม
 

 
รับฟังรายการ "ใต้ร่มพระบารมีที่ห้วยฮ่องไคร้" โดย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพียงหมุนคลื่นวิทยุไปที่ สวท.เชียงใหม่ FM 93.25 MHz ทุกวัน เสาร์ เวลา 15.10-16.00 น. สวท.เชียงใหม่ AM 639 MHz ทุกวัน ศุกร์ เวลา 06.10-07.00 น. เสียงจากแม่โจ้ FM 95.5 MHz ทุกวัน พฤหัสบดี เวลา 15.10-16.00 น. และ มก.เชียงใหม่ AM 612 MHz ทุกวัน พุธ - พฤหัสบดี เวลา 06.30-06.55 น.
         
     1. กลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำบ้านทุ่งยาว
           
           
      “บรรพชนสร้างสรรค์ ชนรุ่นหลังร่วมใจ
      ห่มรักสร้างสายใย ปกป้องไพรคุ้มครองป่า”

 

บ้านทุ่งยาว หมู่ที่ 8 ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

จากอดีต
      ป่าชุมชนมีพื้นที่ทั้งหมด 2,200 ไร่ ในอดีตผืนป่าชุมชนแห่งนี้ การอนุรักษ์และฟื้นฟูของคนในชุมชนยังไม่เห็นผลมากนัก
เนื่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ ตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเมื่อทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย
แม้คนบางกลุ่มจะมีความคิดที่จะอนุรักษ์และรักษา แต่ยังไม่สามารถกระทำได้เต็มที่ การตัดไม้ทำลายป่าจึงมีให้เห็นอยู่เรื่อยมา

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      ชุมชนมีความเข้มแข็งในการสานฝัน สานต่ออุดมการณ์ของบรรพบุรุษที่จะอนุรักษ์ผืนป่าไม่ให้ถูกทำลาย พยายามฟื้นฟู
สภาพที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้นเรื่อยๆจนกลับมาอุดมสมบูรณ์ คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ“ อย่างมีเหตุผล ”
ชุมชนร่วมกันตั้งกฎระเบียบที่เคร่งครัด จัดเวรยามในการป้องกัน ให้ความรู้ ความเข้าใจกับผู้ที่มาใช้ประโยชน์จากป่า และดำเนิน
กิจกรรมต่างๆเพื่อปลูกจิตสำนึกเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะ“ การสร้างภูมิคุ้มกัน ”
ที่จะปลูกป่าขึ้นมาทดแทน จนปัจจุบันกิจกรรมต่างๆที่ได้ดำเนินการในผืนป่าชุมชนแห่งนี้โดยเฉพาะการสร้างฝายต้นน้ำลำธาร
ได้สะท้อนให้เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่ ชัดเจน น้ำใน ลำห้วยจากที่เคยแห้ง ปัจจุบันลำห้วยมีน้ำไหล มีปลาต่างๆอาศัยอยู่
หลายชนิด ป่าฟื้นตัว ความชุ่มชื้น ความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มพูน และเกิดนานาอาหารจากป่า หลากหลายประเภทได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น
อาทิหน่อไม้ ผักกูด ผักหนาม เป็นต้น ได้ทยอยสู่ชุมชน จนเกิดการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างคนกับป่า คนรักและหวงแหนป่า

หลากหลายกิจกรรม สานสัมพันธ์คนกับป่า
      - การสร้างฝายต้นน้ำลำธาร
      - การบวชป่า
      - การปลูกป่าทดแทน
      - การตรวจตราดูแลผืนป่า
      - การดูแล และซ่อมแซมฝายต้นน้ำลำธารที่ชำรุดเสียหาย

           
           
      2.กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ้านป่าสักงาม
           
           

     “ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ ความสัมพันธ์คนกับป่า
     ชุมชนต่างรู้คุณค่า ช่วยกันรักษาพัฒนาให้ยั่งยืน”

 

หมู่ที่ 1 บ้านป่าสักงาม ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      ในอดีตคนในชุมชนใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้อย่างสิ้นเปลือง เกิดธุรกิจค้าขายไม้เถื่อน ต้นไม้ถูกตัดทำลาย
ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมสภาพลง พื้นที่ต้นน้ำเสื่อมโทรม ระบบนิเวศเริ่มขาดความสมดุล ชุมชนยังขาดความตระหนักถึงความสำคัญของป่า
และขาดการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      สภาพพื้นที่มีความหลากหลายของลักษณะภูมิประเทศ มีน้ำตกเอเฟรม ถ้ำหลวงที่สวยงาม มีแหล่งเรียนรู้สำหรับศึกษาธรรมชาติมากมาย
ที่สำคัญที่สุดชุมชนมีความเข้มแข็ง ตระหนักถึงคุณค่าและเล็งเห็นสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น
โดยร่วมกันกำหนดแนวทางและปฏิบัติตามกฎของชุมชนชุมชนกับทรัพยากรจึงเกิดการเรียนรู้และมีการปรับความสัมพันธ์ไปสู่การมีส่วนร่วมและ
การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยเฉพาะการปลูกจิตสำนึกกับคนในชุมชนสู่คนภายนอก ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ได้จัดตั้งค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา เพื่อให้
นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้กับสถานที่จริง โดยมีวิทยากรชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอดและเดินชมเส้นทางเดิน
ธรรมชาติิซึ่งจะมีจุดสำคัญที่มีเรื่องราว องค์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์และมีเอกลักษณ์เฉพาะจุด ทำให้เกิดการซึมซับความรักความหวงแหนใน
ทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมการอนุรักษ์และฟื้นฟู พื้นที่ป่าต้นน้ำ
      - การสร้างฝายต้นน้ำลำธาร
      - การปลูกไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 ประการตามแนวพระราชดำริ
      - การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ เส้นทางป่าซับน้ำ
      - การเรียนรู้ความหลากหลายของชีวิตภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน

           
           
      3.กลุ่มอุทยานการเรียนรู้บ้านปางจำปี
           
           
      “ด้วยรักและหวงแหน เพื่อตอบแทนคุณผืนป่า
      ร่วมอนุรักษ์และรักษา พัฒนาฟื้นฟูให้ยั่งยืน”



บ้านปางจำปี หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      ชุมชนมีพื้นที่ป่า 15,000 ไร่ ราษฎรในชุมชน 82 ครัวเรือน ชุมชนประสบปัญหาการบุกรุกแผ้ว ถางป่า ทำไร่เลื่อนลอยและตัดไม้ไปขาย
ต่างฝ่ายต่างหาประโยชน์จากป่า ไม่มีการอนุรักษ์และปลูกทดแทน ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว สภาพป่าแห้งแล้ง ลำห้วยไม่มีน้ำ
ไม่มีปลา

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      เป็นแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายกิจกรรม โดยมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง
คือนายสุจิตร์ ใจมา ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ขับเคลื่อนในการปลูกจิตสำนึกให้คนในชุมชนตระหนักถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของ
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ เมื่อผืนป่าสมบูรณ์ ลำห้วยมีน้ำ มีปลาจำนวนมากแหวกว่ายในลำห้วย ทำให้ชุมชนตระหนัก
ถึงความสำคัญ ร่วมกันกำหนด กฎระเบียบในการอนุรักษ์ป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มงวดและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
คนกับป่าอาศัยพึ่งพากัน เกิดความผูกพันและหวงแหน

กิจกรรมการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ

      - กิจกรรมอนุรักษ์วังปลา
      - อุทยานการเรียนรู้ชุมชนคนรักษ์ป่าบ้านปางจำปี
      - กิจกรรมการอนุรักษ์ป่าสร้างฝายต้นน้ำลำธารท้องถิ่นเบื้องต้น
      - การทำแนวกันไฟป่า
      - การปลูกไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 ประการตามแนวพระราชดำริ
      - กิจกรรมการบวชป่า สืบชะตาป่าไม้และสายน้ำแม่ลายน้อย
      - การอนุรักษ์สัตว์ป่า
      - การรวบรวมสมุนไพร
      - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

           
           
      4. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านป่าไผ่
           
           

“ เพิ่มมูลค่าผลผลิต แปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์  สร้างสรรค์งานบนความพอเพียง ”
“ เมื่อทุกอย่างทำจากความตั้งใจ.....ผลิตภัณฑ์ที่ได้จึงมีคุณภาพ”


บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์ 089-5576377

หลักแห่งความสำเร็จ...บนเส้นทางการพัฒนาอาชีพ
      - สมาชิกในกลุ่มเข้าใจในวัตถุประสงค์และเคารพกฎระเบียบของกลุ่ม
      - ดำเนินกิจกรรมบนพื้นฐานแห่งความพอเพียง
      - วางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ
      - คัดเลือกผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน
      - เน้นเรื่องความสะอาด ถูกสุขอนามัย
      - มีการฝึกฝนเพิ่มทักษะการเรียนรู้ ด้านการแปรรูปมาพัฒนากิจกรรม
      - พัฒนาโครงสร้างการตลาดและวางแผนการตลาดที่ดี

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      ทำให้สังคมโลกได้รับรู้ว่าชุมชนเกิดกระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบพึ่งตนเองแบบยั่งยืนและมั่นคง“ ซื่อตรงต่อเวลา
ศรัทธาต่อกฎระเบียบไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน ”

เป้าหมายสู่ปลายฝัน
      - เพื่อส่งเสริมเพิ่มมูลค่าผลผลิตเป็นอุตสาหกรรมการเกษตร
      - เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรในชุมชน
      - เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้แรงงานในชุมชน
      - เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการแปรรูปและถนอมอาหาร

หลากหลายรูปแบบ...กิจกรรมการแปรรูป
      - การแปรรูปกระเทียม โดยวิธีการดอง ได้แก่ กระเทียมโทนและกระเทียมธรรมดา
      - การแปรรูปมะเขือเทศ มะม่วงและมะขาม โดยวิธีการแช่อิ่ม

      รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์          488,000  บาท/ปี
      รายจ่ายจากการผลิต                            366,000  บาท/ปี

 

           
      5.กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด
           
           

“ รวมใจร่วมสร้างงาน  ผสมผสานความสามัคคี  สร้างอุดมให้พื้นที่  พัฒนาบนวิถีความพอเพียง”


บ้านแม่ฮ้อยเงินใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่
ผู้ประสานงาน นายสินชัย  วิริยะจรรยงค์ เบอร์โทรศัพท์ 089-4328607

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      ในพื้นที่ตำบลแม่ฮ้อยเงิน ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่สูง
ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับไม่คุ้มค่า อีกทั้งส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความอุดมสมบูรณ์
ของดินในระยะยาว

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      เป็นแหล่งเรียนรู้การพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตปุ๋ยหมัก เป็นปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ดโดยการรวมกลุ่มเกษตรกรขับเคลื่อน
อย่างเป็นระบบ จัดตั้งกฎของกลุ่มร่วมกันให้ความสำคัญกับการมีผลกำไรที่พอเหมาะกำหนดราคาที่เป็นธรรม“ ด้วยความมีเหตุผล ”
เพื่อช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง “ มีความพอประมาณ ” ค่อยเป็นค่อยไปไม่เน้นปริมาณ เน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ วัดได้จากผลจาก
ตัวอย่างการนำไปใช้จริงในพื้นที่จนเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม วัตถุดิบที่ใช้หาง่ายในท้องถิ่น การรวมกลุ่มเข้มแข็ง เกษตรกรสามารถ
ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี พืชผลทางการเกษตรเพิ่มผลผลิตมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์และที่สำคัญโครงสร้างดินอุดมสมบูรณ์เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม

รายได้จาการจำหน่ายปุ๋ยปั้นเม็ด  75,000 บาท/ปี
รายจ่ายจากการผลิตปุ๋ยปั้นเม็ด   32,000  บาท/ปี

 

           
      6.กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งธรรมชาติ ( ผึ้งโก๋นหรือผึ้งโพรง )
           
           

“ เส้นทางจากแมลงตัวน้อย สู่ความหวานของน้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์”


หมู่ที่ 8 บ้านปางกำแพงหิน ตำบลเทพเสด็จ  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์  080-6793850 ,053-317110

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      ป่าชุมชนมีพื้นที่ทั้งหมด 3,610 ไร่ อดีตคนในชุมชน มีอาชีพหาของป่าและน้ำผึ้งจากผึ้งป่า ขาดความรู้ความเข้าใจ
เรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของชุมชน

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      -  ดำเนินกิจกรรม “ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ”
      -  เป็นแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
รูปแบบคนอยู่กับป่า อย่างเกื้อกูลกัน จากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งอดีตเรื่องการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติหรือผึ้งโก๋น ( ผึ้งโพรง )
เป็นที่มาของอาชีพการเลี้ยงผึ้งที่ประสบความสำเร็จจนสามารถพัฒนาเป็นอาชีพเสริมรายได้และเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งขึ้น
ในชุมชนมีจำนวนสมาชิก    17 ครัวเรือน ผลผลิตจากผึ้งหลากหลาย

ผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของชุมชน
รายได้    70,000  บาท/ปี
รายจ่าย  20,000  บาท/ปี

 

           
      7.กลุ่มอาชีพเกษตรพอเพียงบ้านสหกรณ์ 5
           
           

“ จากอุดมการณ์ สู่..........การสร้างงานเกษตรผสมผสานบนความพอเพียง


กลุ่มอาชีพเกษตรพอเพียงบ้านสหกรณ์ 5
ที่อยู่ พื้นที่สาธารณะ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
พื้นที่ดำเนินการ จำนวน 5 ไร่

กิจกรรมที่ดำเนินการ
      - การปลูกพืชผักและพืชผักสวนครัว
      - การปลูกไม้ผล
      - การเลี้ยงปลาดุก
      - การเลี้ยงกบนา
      - การเพาะเห็ดฟาง
      - การเลี้ยงไก่พื้นเมือง

ก่อนดำเนินการ (เมื่อความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น)
      จากพื้นที่ว่างเปล่า ถูกเติมเต็มด้วยอุดมการณ์ ความตั้งใจ ความร่วมมือ ร่วมใจที่จะสร้างงานด้านเกษตรผสมผสาน จนเกิดเป็น
แหล่งอาหาร ในครัวเรือนและสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ มาถึงวันนี้ กิจกรรมทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี พืชผักและกิจกรรม
การเกษตรต่างๆ ทยอยให้ผลผลิตตอบแทนความตั้งใจของเกษตรกรอย่างน่าชื่นชม

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
      เมื่อทุกอย่างเริ่มต้นจากความขยันและตั้งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ก้าวไปด้วยดี ด้วยความสามัคคี ร่วมมือกัน ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา
ที่เกิดขึ้น มีความพอเพียงและพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และทำสิ่งนั้นด้วยความไม่ละโมบโลภมาก ทำตามกำลังจะให้เกิดความสบายใจ

 

           
      8. นายมนูญ เทศนำ เครือข่ายเกษตรกรตัวอย่างด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
           
           

“ เกษตรทฤษฎีใหม่ จากสายธารน้ำพระทัยสู่การพัฒนาเกษตรไทยที่ยั่งยืน”


บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่โป่ง  อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 085-0369887

      - พื้นที่ดำเนินการ  15  ไร่
      - พื้นที่ทำนา    6  ไร่
      - พื้นที่ปลูกไม้ผลและพืชผัก  6.5 ไร่
      - พื้นที่ปลูกไม้ดอก  1 ไร่
      - บ่อเลี้ยงปลาและพื้นที่เลี้ยงกบ  1.25  ไร่
      - พื้นที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง 0.25 ไร่
      - พื้นที่อยู่อาศัยและศาลาดูงาน 0.25  ไร่

รายได้ภาคการเกษตร  140,000 บาท/ปี
รายจ่ายภาคการเกษตร  86,000  บาท/ปี

ก่อนดำเนินการ
      เดิมทำเกษตรเชิงเดี่ยวประสบปัญหาขาดทุนและมีความเสี่ยงสูงต้นทุนการผลิตมีราคาเพิ่มขึ้น การลงทุนได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่าและระบบการผลิตพืชมีการใช้สารเคมีในปริมาณสูงไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      เกิดกระบวนการคิดวางแผนสร้างงานอย่าง “ มีเหตุผลและรอบคอบ ”  จัดสรรพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า 
ดำเนินกิจกรรมแต่ละ ประเภทตามองค์ความรู้  “ ตามกำลังและความสามารถ ” ที่มีอยู่   เกิดผลผลิตทางการเกษตร
ที่หลากหลาย  สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง เกิดแนวทางการปฏิบัติที่เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ดำเนินชีวิตอย่าง “ พออยู่พอกิน ”
นำผลผลิตในแปลงจำหน่ายด้วยตัวเองสามารถช่วยให้ครอบครัวผ่านพ้นวิกฤติ และค้นพบทางเดินชีวิตที่ดี


“ไม่เน้นหรูหรา ตามสมัย เน้นการทำในสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทำแล้วชีวิต ครอบครัว มีความสุขและผู้รับมีความสุข”
           
      9.นางอำนวย ยอดคำปา เครือข่ายเกษตรกรด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
           
           

“ น้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้  ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ยั่งยืน”


บ้านเลขที่ 198 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์  083-5696181

พื้นที่ดำเนินการ 24 ไร่
แบ่งเป็น    พื้นที่ทำนา ปลูกพืชไร่และพืชผัก          จำนวน     21  ไร่
                พื้นที่อยู่อาศัย  พื้นที่เลี้ยงสัตว์              จำนวน      3  ไร่
               พื้นที่บ่อปลา  พื้นที่ปลูกไม้ผล
               และพื้นที่เพาะเลี้ยงกบ

      รายได้ภาคการเกษตร     170,000   บาท/ปี
      รายจ่ายภาคการเกษตร   97,000     บาท/ปี

ก่อนดำเนินการ
      เดิมประกอบอาชีพการเกษตร กิจกรรมการเกษตรต่างๆยังไม่หลากหลาย การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำกินยังไม่ได้
ประสิทธิภาพเต็มที่ ทำให้บางช่วงผลผลิตไม่ต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้ที่จะได้รับ

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      ดำเนินการประกอบอาชีพด้วย  “ความสุจริต มีความขยันและอดทน”เป็นที่ตั้ง จัดระบบการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่
“อย่างมีเหตุผล” ตามกำลัง ความสามารถ โดยจัดสรรพื้นที่ให้คุ้มค่า ทำให้มีผลผลิตที่หลากหลาย   นำผลผลิตไปจำหน่าย
ด้วยตนเองทำให้ทราบข้อมูลความต้องการของผู้บริโภค และนำข้อมูลมาวางแผนเพื่อ “สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันความเสี่ยง”
ทุกวันนี้ทำงานอย่างมีความสุขและมีเวลาช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มที่

           
      10. นางกัญจนา ตาสุรินทร์ เครือข่ายเกษตรกรตัวอย่างด้านเกษตรผสมผสาน
           
           

“เริ่มต้นจากศูนย์ เพิ่มพูนองค์ความรู้ พัฒนาสู่อาชีพ บนความพอเพียง”


บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 081-9921900

กิจกรรมที่ดำเนินการ
      - เพาะเห็ดเศรษฐกิจ (เห็ดหลินจือ เห็ดลมป่า เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม)
      - ปลูกไม้ผล
      - ปลูกพืชผักสวนครัว
      - เลี้ยงปลานิล
      - เลี้ยงกบนา

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      เดิมทำงานเป็นลูกจ้างของศูนย์ศึกษา ได้เรียนรู้และสะสมประสบการณ์ต่างๆ ทาด้านการเกษตร จนกระทั่งได้ออกไป
ประกอบอาชีพด้วยตนเองโดยเลือกกิจกรรมที่ถนัด เหมาะสมกับตนเอง และมีเวลาให้กับครอบครัว จึงได้มุ่งเน้นงาน
ด้านการเพาะเห็ดผสมผสานกับกิจกรรมการเกษตร เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้ครอบครัว

หลังเข้าร่วมโครงการ
      ผลลัพธ์สุดท้ายของการกระทำใดๆ มิใช่มีคำว่าสำเร็จเป็นคำตอบเสมอไป หากย่อมมีความผิดพลาดล้มเหลวเกิดขึ้นบ้าง
ถ้าเรามีความแน่วแน่ เพียรพยายาม ไม่ย่อท้อ ตั้งใจที่จะแก้ไขในความล้มเหลวนั้น ผลที่ได้รับย่อมคุ้มค่ากับการรอคอย
และอย่าลืมรู้จักแบ่งปันเพื่อสร้างความผูกพันกับคนในชุมชน

           
      11. นายสินชัย วิริยะจรรยงค์ เครือข่ายเกษตรกรด้านเกษตรผสมผสาน
           
           
“หลากหลายกิจกรรม ผสมผสานจากองค์ความรู้ ดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง”


ที่อยู่   9/1  หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน  อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์   089- 4328607

พื้นที่ดำเนินการ  จำนวน 6 ไร่ 1 งาน
กิจกรรม
      -  ปลูกพืชผัก
      -  เลี้ยงปลาดุกและปลานิล
      -  เลี้ยงกบนา
      -  ปลูกไม้ผล
      -  ปลูกไม้ดอก
      -  เลี้ยงไก่พื้นเมืองและเป็ดเทศ
      - ทำปุ๋ยอินทรีย์ ( ปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำชีวภาพ )
รายได้ภาคการเกษตร   89,500  บาท/ปี
รายจ่ายภาคการเกษตร  30,900  บาท/ปี

ก่อนสู่เส้นทางเกษตรเกษตรผสมผสาน
      เดิมประกอบอาชีพผู้บริหารฝ่ายผลิตของบริษัทเอกชน ผลจากภาวะเครียดและแรงกดดันจากการทำงาน
ทำให้ชีวิตขาดความสุข อำนาจเงินตรามีบทบาทสำคัญ จึงมีความคิด อยากประกอบอาชีพที่อิสระบนพื้นฐานแห่งความพอเพียง
จึงมุ่งสู่เส้นทางเกษตรกรรม

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      มีหลากหลายกิจกรรมในพื้นที่   “ รู้จักพอประมาณไม่ทำเกินตัว  ใฝ่เรียนใฝ่รู้ ” ทดลองเรียนรู้ด้วยตนเองและ
แสวงหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อสะสมประสบการณ์นำมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ
“ ทำงานด้วยความอดทน เพียรพยายาม สร้างภูมิกัน
” โดยการปลูกพืชหลากหลายชนิด  ช่วงอายุต่างๆกัน ในพื้นที่ว่างและ
ระหว่างแนวไม้ผล งดปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนเลือกกิจกรรมการเกษตร ที่เหมาะสม และสามารถพึ่งพาเกื้อกูลประโยชน์
ซึ่งกันและกัน  ประหยัดต้นทุนการผลิตและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  และรู้จักแบ่งปันสิ่งดีๆให้กับสังคม

           
      12. นายสุนทร ดาวแก้ว เครือข่ายเกษตรกรตัวอย่างด้านเกษตรผสมผสาน
           
           

“ จัดสรรพื้นที่ดินอย่างคุ้มค่า พัฒนาบนวิถีความพอเพียง”


ที่อยู่  249 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน  อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์  081-1797164

พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด   7  ไร่  2  งาน
พื้นที่ตนเอง  2 ไร่ 3 งาน
พื้นที่เช่า      4  ไร่ 3 งาน

กิจกรรม  
      -  ปลูกข้าว
      -  ปลูกพืชผัก
      -  ปลูกไม้ผล
      -  เลี้ยงไก่พื้นเมือง
      -  เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์
      -  เลี้ยงกบนา
      -  เลี้ยงห่าน
      -  ทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำชีวภาพ

รายได้ภาคการเกษตร   91,400  บาท/ปี
รายจ่ายภาคการเกษตร 42,300  บาท/ปี

ก่อนมาเป็นเกษตรผสมผสาน
       ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ต้นทุนการผลิตสูง  รายได้ไม่คุ้มทุน และประสบปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ จากการใช้ปุ๋ยเคมี
ติดต่อกันเป็นเวลานาน  กิจกรรมในพื้นที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้ครองชีพ

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      การดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ   ร่วมกับการมุ่งเน้นปรับปรุงคุณภาพดินให้อุดมสมบูรณ์ 
ดำเนินชีวิตอย่าง “ พอประมาณ ทำตามกำลัง ความพร้อมของตน”    ลงแรงทำงานในพื้นที่ด้วยตนเอง 
จนสามารถ“ พึ่งพาตนเอง ”ได้  วางแผนการดำเนินกิจกรรมต่างๆด้วย “ ความรอบคอบและสร้างภูมิคุ้มกัน ” 
โดยจัดระบบการสร้างรายได้แบ่งเป็น รายได้รายวัน รายเดือนและรายปี  มีความโดดเด่นของกิจกรรมด้านปศุสัตว์ 
การเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ เพื่อผลิตลูกสุกรจำหน่าย ลดต้นทุนด้านอาหาร สามารถผสมอาหารใช้เอง โดยอาศัยวัตถุดิบที่มี
อยู่ในท้องถิ่น ประกอบด้วยต้นกล้วย  บอน ใบกระถิน แค ถั่วมะแฮะ  รำข้าวและปลายข้าว เป็นส่วนผสมหลักร่วมกับ
อาหารสำเร็จรูป

 

           
      13.นายสุรชัย มรกตวิจิตรการ เครือข่ายเกษตรกรด้านเกษตรผสมผสาน
           
           

“ แม้เคยล้มแต่ไม่ท้อ  ทำตามคำสอนของพ่อ  ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง”


บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่โป่ง  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 086-1899197

พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตร  6 ไร่ 260 ตารางวา

กิจกรรม
      - ปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผล   4  ไร่
      - การเลี้ยงปลา  2  งาน
      - การเลี้ยงกบนาและกบบูลฟล็อก  1 งาน
      - การเลี้ยงสุกรและหมูป่า  2 งาน
      - การเลี้ยงโคเนื้อ  1 งาน
      - การเลี้ยงไก่พื้นเมืองและไก่พันธุ์ไข่  260 ตารางวา
      - การเลี้ยงเป็ดเทศ  1  งาน
      - การทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำชีวภาพ
      - โรงเพาะเห็ด  1 งาน

จากอดีต….สู่ปัจจุบัน
      พัฒนาครอบครัวให้ถูกต้อง
      ตามครรลองที่พ่อเราคิดไว้
      สนองดำริพระภูวนัย
      โปรดจำไว้……เศรษฐกิจพอเพียง

      คืนชีวิตให้กับแผ่นดินถิ่นกำเนิด
      ลุกขึ้นเถิดชาวไทยทุกหมู่เหล่า
      ยึดแนวพ่อหนี้สินจะแบ่งเบา
      ขอเพียงเราไม่หมิ่นปัญญาไทย

  ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
      “ รู้จักประมาณตนเอง ” รู้จักต้นทุนทุกชีวิต ไม่เดินตามกระแส “ ทำอะไรด้วย เหตุผล ”
ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมไม่ทำลายระบบนิเวศ และทรัพยากรธรรมชาติ  ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน
ทำกิจกรรมที่มีตลาดรับรอง เตรียมตัวรับสภาพปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่าง “ มีสติและไม่ประมาท ”


“ ปัญหามีไว้ไขไม่ใช่มีไว้ให้กลุ้มใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ รู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง
แบ่งปันให้กำลังใจ และให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนประสบการณ์อยู่เสมอ ”
           
      14. นายอุ่นเรือน เกิดสุข เครือข่ายเกษตรกรตัวอย่างด้านเกษตรผสมผสมผสาน
           
           

“สี่มือสองแรง  เปลี่ยนแปลงสวนเมี่ยง  เป็นเศรษฐกิจพอเพียง  ตามปรัชญาของพ่อ”


บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 1 ตำบลป่าเมี่ยง  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 087-1923285

พื้นที่อยู่อาศัยและทำการเกษตร  10 ไร่

กิจกรรม
      - พื้นที่อยู่อาศัย  จำนวน 1 ไร่
      - ปลูกกาแฟ  เมี่ยง และไม้ผล จำนวน 7 ไร่ 3 งาน
      - ปลูกพืชผักระหว่างแนวไม้ผล
      - การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
      - บ่อกบนา จำนวน 2 บ่อ
      - เลี้ยงปลานิลและปลาดุก จำนวน 2 งาน
      - เพาะเห็ดหอม เห็ดนางฟ้า จำนวน 1 ไร่ 2 งาน

รายได้ภาคการเกษตร  302,400 บาท/ปี
รายจ่ายภาคการเกษตร  100,000 บาท/ปี

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      เดิมประกอบอาชีพทำสวนเมี่ยง สวนกาแฟ และรับจ้างทั่วไป ซึ่งมีผลผลิตที่ได้ไม่ต่อเนื่องตลอดทั้งปีทำให้รายได้ไม่เพียงพอ
กับรายจ่ายในครอบครัว  มีปัญหาหนี้สินเพิ่มมากขึ้น จึงเปลี่ยนมาทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกขิงและข้าวโพดแต่ประสบปัญหาการ
ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงในปริมาณสูง

ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้และหลักสู่ความสำเร็จ
       - ยึดหลัก “ เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดำเนินชีวิต รู้จักความพอเพียง  ไม่ฟุ้งเฟ้อ
      - ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ซึ่งเป็นต้นแบบเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้
และดำเนินการในพื้นที่ รู้จักการวางแผนการทำกิจกรรมการเกษตรต่างๆ ผสมผสานในพื้นที่อย่างลงตัว และได้เป็นตัวแทน
ของหมู่บ้านเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้กับเกษตรกรพื้นที่อื่น ได้เข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่เรื่อง
“ เศรษฐกิจพอเพียง ” ครอบครัวมีความสุข ไม่เป็นหนี้ใครและสามารถส่งลูกเรียนในระดับปริญญาตรีได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ
ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวทุกวัน

           
      15.นางดาวเรือง เจริญทรัพย์  เครือข่ายเกษตรกรตัวอย่างด้านเกษตรผสมผสาน
           
           

“ เพิ่มเติมเสริมรายได้ จากหลากหลายกิจกรรม บนพื้นฐานความพอเพียง ”


บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 053-389120

พื้นที่ดำเนินการ จำนวน 10 ไร่ 2 งาน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
      - ปลูกพืชผักและพืชผักสวนครัว
      - เลี้ยงปลานิลและปลาดุก
      - เพาะเลี้ยงกบและขยายพันธุ์กบ
      - ปลูกไม้ผลและดอกดาวเรือง
      - ทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำชีวภาพ
      - การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
      - ทำสวนผักหวานป่า

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      เดิมครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมแต่รายได้ไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากมีกิจกรรมการเกษตรที่ไม่หลากหลาย จึงหาแนวทาง
ในการประกอบอาชีพการเกษตรที่มีรายได้ให้กับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง จึงเลือกแนวทางทางการเกษตรผสมผสาน

หลังจากทำเกษตรผสมผสาน
      หลังจากทำเกษตรผสมผสานพบว่าตนเองและครอบครัวรู้จักการวางแผนการผลิต มีกิจกรรมทำตลอดเวลา กิจกรรมการเกษตร
ที่ทำสามารถเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้เป็นอย่างดีตลอดจนมีการนำผลผลิตจากกิจกรรมในครอบครัวและกลุ่มเกษตรกร
เพื่อนบ้านไปจำหน่ายด้วยตัวเอง ทำให้ลดปัญหาพ่อค้าคนกลาง มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็ง

หลักแห่งความสำเร็จ
      - ขยันและอดทนต่อความเหนื่อยยาก
      - รู้จักเสาะแสวงหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ
      - ผลิตเอง และจำหน่ายเอง ทำให้ทราบกลไกการตลาด รู้จักการวางแผนการผลิตและแก้ไขปัญหาพ่อค้าคนกลาง
      - รู้จักเรียนแบบธรรมชาติ เช่นการปลูกผักหวานป่าในสภาพที่ใกล้เคียงกับพื้นที่จริง และจัดตั้งในรูปกลุ่ม
      - ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง และรู้จักประมาณตน
      - มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและมีผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ

 

           
      16.นายเจริญ ตาถาวัน เครือข่ายเกษตรกรด้านเกษตรผสมผสาน
           
           

“ หลากหลายกิจกรรมที่ผสมผสาน สร้างสรรค์งานบนพื้นฐานความพอเพียง ”


บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 053-840605

พื้นที่ดำเนินการ  จำนวน 4 ไร่ 3 งาน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
      - การปลูกไม้ผล
      - การเลี้ยงปลานิล ปลาดุก
      - การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
      - การทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ

ก่อนเข้าร่วมโครงการ
      เดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรม กิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ยังไม่หลากหลายจึงมีแนวคิดในการเพิ่มกิจกรรมการเกษตร
เพื่อสร้างแหล่งอาหาร และแหล่งรายได้ที่ต่อเนื่องเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

หลังเข้าโครงการ
      หลังจากเพิ่มกิจกรรมในพื้นที่ พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น หมุนเวียนในรอบปี โดยเฉพาะกิจกรรมการเลี้ยงปลานิลแบบธรรมชาติ
ที่ประสบความสำเร็จสร้างรายได้ให้ครอบครัวและผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับและต้องการของผู้บริโภค การทำกิจกรรม
เกษตรผสมผสานทำให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันและมีความสุขจากการประกอบกิจกรรม

เส้นทางสู่ความสำเร็จ
      - ขยัน มีความอดทนต่อความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
      - ประกอบอาชีพการเกษตรด้วยใจรัก
      - หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
      - ผสมผสานกิจกรรมให้หลากหลายเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน
      - ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์สูงสุด


เสียสละและมีน้ำใจต่อเพื่อนบ้านในการให้ความรู้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์